เพราะประตูอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นแค่ทาง เข้า - ออก แต่สะท้อนให้เห็นถึง ภาพลักษณ์, เทคโนโลยี และความใส่ใจ ส่วนในมุมมองด้านการออกแบบ ถูกยกให้เป็น “เดอะ เฟิร์ส อิมเพรสชัน” หรือ ประตูบานแรกสู่ความประทับใจของผู้ใช้งาน การคัดเลือกประตูอัตโนมัติ เพื่อติดตั้งในอาคาร สำนักงาน หรือแผนกต่าง ๆ จึงมีความสำคัญมาก และต้องมีการบริหารอย่างเป็นระบบ
OSS - One Stop Service ผู้นำด้านงานติดตั้งประตูอัตโนมัติ และบริการรีโนเวทครบวงจร ขอแนะนำ “วิธีเลือก ประตูอัตโนมัติ ให้เหมาะกับสถานที่” ในแบบฉบับผู้ใช้งานจริง มานั่งเขียนให้คุณอ่าน เน้นให้ความรู้ตรงไปตรงมา ส่วนเทคนิคการเลือก ซื้อประตูอัตโนมัติ มีอะไรบ้าง ตามอ่านทีละข้อได้เลย
ขั้นตอนแรกสุด สำหรับวิธีเลือกประตูอัตโนมัติ คือ การกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน เพราะว่า Automatic Door มีหลายประเภท คุณสมบัติและจุดเด่นย่อมแตกต่างกัน เช่น สแกนคนเข้าออก, บันทึกเวลาการทำงาน, ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือ เพื่อความสวยงาม ฯลฯ การมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเเจน จะช่วยให้คุณเลือกประตูอัตโนมัติง่ายขึ้น ได้รุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการ คุ้มค่าต่อการลงทุน
ต่อมาเป็นเรื่องของสถานที่ติดตั้งและจำนวนผู้ใช้งาน ควรสำรวจหน้างาน พร้อมวัดพื้นที่อย่างละเอียด รวมไปถึงคาดคะเนจำนวนผู้ใช้งาน เปรียบเทียบต่อชั่วโมง / ต่อวัน / ช่วงเวลาเร่งด่วน โดยข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญมาก ต้องนำไปคุยกับนักออกแบบและช่างผู้ติดตั้ง เพื่อกำหนดสเปคอย่างเหมาะสม
เริ่มศึกษาข้อมูลประตูอัตโนมัติ เลือกรุ่นที่สนใจ และเปรียบเทียบคุณสมบัติ ตั้งแต่ 3 - 5 รุ่น ทั้งในเรื่องจุดเด่นและจุดด้อย ในความเป็นจริงขั้นตอนนี้ สามารถเริ่มทำได้ทันที โดยคู่ขนานไปพร้อมกับการกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ประตูอัตโนมัติ การศึกษาข้อมูลด้วยวิธีค้นคว้าและเปรียบเทียบ จะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกการทำงาน และข้อควรระวังในการเลือกซื้อประตูอัตโนมัติด้วย
การจัดซื้อที่ผิดพลาด ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน เพราะไม่อ่านสเปค หรือ อ่านสเปคไม่เป็น มีให้เห็นมาโดยตลอด ดังนั้น คุณต้องอ่านสเปคให้เป็น ดูข้อมูลให้ขาดว่า ประตูอัตโนมัติประเภทไหน มีกลไกการทำงานเป็นอย่างไร กำลังไฟ ขนาดมอเตอร์ ฯลฯ
4.1 ประตูอัตโนมัติแบบสไลด์ข้าง
4.2 ประตูอัตโนมัติแบบสวิง
4.3 ประตูอัตโนมัติแบบบานสไลด์ซ้อน
4. ประตูอัตโนมัติแบบสุญญากาศ
4.5 ประตูอัตโนมัติแบบไร้การสัมผัส
4.6 ประตูอัตโนมัติแบบความเร็วสูง
4.7 ประตูอัตโนมัติสำหรับผู้พิการ
อ่านคอนเทนต์ เพิ่มเติม “ประตูอัตโนมัติมีกี่ประเภท เหมาะกับใคร ใช้งานอย่างไร” คลิกที่นี่
ในส่วนของ “ระบบเซ็นเซอร์” มีหน้าที่ควบคุมการ เปิด - ปิด จัดเป็นอุปกรณสำคัญของประตูอัตโนมัติ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นดวงตา คอยสอดส่องและตรวจจับความเคลื่อนไหว ก่อนส่งข้อมูลไปสู่ระบบสมองกล เพื่อประมวลผลและสั่งการมาที่กลไกประตู
ตรวจจับการเคลื่อนไหวบุคคลและวัตถุ ตรวจสอบพื้นที่ได้เป็นบริเวณกว้าง มีความหนาแน่นในการใช้งานต่อพื้นที่สูง เช่น ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, สำนักงาน ฯลฯ
ตรวจจับการเคลื่อนไหว แม่นยำสูง ไวต่อแสงและอุณหภูมิ นิยมใช้ในพื้นที่จำกัด เน้นความปลอดภัย ควบคุมการเข้าออก เช่น ประตู, โรงพยาบาล ฯลฯ
ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว ที่ใช้เทคโนโลยี 2 ระบบรวมกัน คือ Microwave Sensor และ Infrared Sensor มีความแม่นยำสูง ตอบสนองได้รวดเร็วดว่า
กลไกการเคลื่อนไหวประตูอัตโนมัติ ถูกกำหนดด้วยขนาดของ มอเตอร์ ยิ่งตัวใหญ่ รองรับน้ำหนักประตูได้เยอะ เปิด - ปิด ได้รวดเร็ว แต่ก็กินไฟมากขึ้นตามไปด้วย และในทางกลับกัน มอเตอร์ตัวเล็ก ใช้ไฟน้อยกว่า ประหยัดขึ้น อะไหล่ไม่แพง แต่รองรับน้ำหนักได้น้อย จึงอาจเกิดปัญหาเวิร์คโหลดตามมาได้ โดยขนาดของมอเตอร์มีหน่วยเป็นคิด วัตต์ - Watt
นอกจากนี้ มอเตอร์ประตูอัตโนมัติที่นิยมใช้งานในไทย ใช้ระบบระบายความร้อนแตกต่างกัน โดยมีให้เลือก 2 แบบ ระบายควาาร้อน หรือ ระบายความร้อนด้วยพัดลม การใช้งานขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
อีกหนึ่งข้อพิจารณาที่สำคัญ ก็คือ ยี่ห้อ และ แหล่งผลิต ปัจจุบันมีผู้ผลิตและจำหน่ายประตูอัตโนมัติหลายเกรด ท็อปแบรนด์ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากเยอรมันและญี่ปุ่น ชื่อเสียงโด่งดัง ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน มีความน่าเชื่อถือสูง ในขณะเดียวแบรนด์น้องใหม่ ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
สุดท้าย ความแข็งแรง ทนทาน และการรับประกันสินค้า อีกหนึ่งจุดชี้วัดสำคัญที่ต้องใส่ใจ ควรเลือกประตูอัตโนมัติ จากผู้จำหน่ายที่มีบริการหลังการขาย จุดบริการหรือสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่ของคุณ รวมไปถึงการรับประกันสินค้าที่ยาวนาน ทั้หมดเป็นภูมิคุ้มกันที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้มากขึ้น
ดังนั้น วิธีเลือกประตูอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสถานที่ ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายเรื่องประกอบกัน เพื่อให้ได้ประตูอัตโนมัติที่ตอบโจทย์กเรื่องคุณภาพในทุกมิติ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดกับผู้ใช้งานด้วย